Your Shopping Cart is empty.
{{ (item.variation.media ? item.variation.media.alt_translations : item.product.cover_media.alt_translations) | translateModel }} {{ (item.variation.media
                    ? item.variation.media.alt_translations
                    : item.product.cover_media.alt_translations) | translateModel
                }}
{{ 'product.bundled_products.label' | translate }}
{{ 'product.bundle_group_products.label' | translate }}
{{ 'product.gift.label' | translate }}
{{ 'product.addon_products.label' | translate }}
{{item.product.title_translations|translateModel}}
{{ field.name_translations | translateModel }}
{{item.variation.name}}
{{item.quantity}}x {{ item.unit_point }} Point
{{addonItem.product.cover_media.alt_translations | translateModel}}
{{ 'product.addon_products.label' | translate }}
{{addonItem.product.title_translations|translateModel}}
{{addonItem.quantity}}x {{ mainConfig.merchantData.base_currency.alternate_symbol + "0" }}

"เส้นสีดำ"บนหลังกุ้ง

2020-07-31
ความจริงของ"เส้นสีดำ" หลังตัวกุ้ง กุ้ง เป็นหนึ่งในอาหารทะเล หรือซีฟู๊ด ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่ว่าไปทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดโรงแรมไหน กุ้งถือเป็นหนึ่งในพระเอกหลักๆ เลยค่ะและสำหรับกุ้งนั้น มีเรื่องที่ได้รับการถกเถียงกันมานานแล้ว เกี่ยวกับเส้นสีดำๆ ที่อยู่หลังตัวกุ้ง ว่ามันคืออะไร จำเป็นที่จะแกะออกก่อนประกอบอาหารหรือไม่ หากไม่ถอดออก จะเป็นอันตรายหรือเปล่า ซึ่งความจริงก็คือ เส้นสีดำหลังตัวกุ้งนั้น ไม่ใช้เส้นเลือดดำนะคะ แต่เป็นส่วนของลำไส้ของกุ้งนั่นเอง นั่นหมายความว่า หากเราทานเข้าไป เราก็ทานสิ่งที่กุ้งได้บริโภคเข้าไปนั่นเอง จึงไม่เป็นอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ความแตกต่างจะอยู่ที่รสชาติเท่านั้น มีผู้ทดลองทานกุ้งที่มีเส้นและไม่มีเส้นพบว่ารสชาติต่างกัน เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนั่นเองคราวนี้ เวลาไปทานบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดครั้งหน้า ก็อย่าลืมแบ่งปันเรื่องดีๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆ ฟังนะคะ ********************************* อาหารทะเลสด ของดี ส่งตรงจากเรือประมง ปลอดสาร อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทาง Line Square คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A

เลือกปลาอย่างไรให้เบบี๋

2020-07-31
คุณแม่คงเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่า ถ้าอยากให้ลูกฉลาดต้องกินปลาเยอะ ๆ และคงมีคำถามในใจต่อว่าแล้วปลาชนิดไหนล่ะที่ควรให้ลูกกิน FISHDELII เลยชวนคุณแม่มาปรุงเมนูปลาให้เบบี๋กันค่ะ 3 ปลา…ชวนชิม ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า เนื้อปลามีคุณสมบัติพิเศษกว่าอาหารที่ให้โปรตีนชนิดอื่น ตรงที่มีโปรตีนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็ก ที่สำคัญยังย่อยง่าย เพราะปลามีเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ที่ไม่เหนียว มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อน้อยกว่าเนื้อหมูและเนื้อไก่ แถมหาซื้อง่ายอีกด้วย (ว้าว) แล้วจะไม่ให้กินปลาได้ยังไงล่ะ วันนี้มีปลา 3 ชนิดที่ FISHDELII ยกให้เป็นพระเอกมาแนะนำให้คุณแม่รู้จัก ดูสิว่าพระเอกแต่ละตัวโดดเด่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 1. ปลาอินทรี (ควรเริ่มให้ลูกกินเมื่ออายุ 8-10 เดือน) คุณสมบัติพิเศษ : เนื้อฟู รสชาติอร่อย มีความหวานในเนื้อเยอะ และมีปริมาณเนื้อมากพอที่จะให้ใช้ทำอาหาร ขูดเอาแต่เนื้อ ทิ้งหนัง ก็ยังมีปริมาณมาก ถ้าเทียบกับปลาชนิดอื่นที่ตัวเท่า ๆ กัน การเลือกซื้อ : ตาใส เหงือกแดง เนื้อปลากดไม่บุ๋ม มีความยืดหยุ่นของเนื้อปลา แต่ถ้าตาไม่ใสแล้ว ต้องสังเกตเหงือก และท้องปลาต้องไม่แตกหรือมีไส้ทะลักออกมา 2. ปลาทู (ควรเริ่มให้ลูกกินเมื่ออายุ 10 เดือนขึ้นไป) คุณสมบัติพิเศษ : เป็นปลาทะเลราคาถูกที่สุดในกลุ่มปลาทะเลด้วยกัน หาซื้อง่าย เนื้อนุ่ม นำไปทอดพอหนังตึง ๆ เอาไปทำเป็นซุปปลาทู เนื้อหวานเชียวล่ะ แต่ต้องระวังก้างที่ซ่อนอยู่ตามแกนกลางตัวด้วยนะคะ การเลือกซื้อ : ปลาทูนึ่งจะเลือกที่เนื้อไม่ยุ่ย หนังไม่ถลอกและมีเงาบ้าง แต่ถ้าเป็นปลาทูสด ก็ใช้หลักการซื้อปลาทั่ว ๆ ไปค่ะ 3.ปลาช่อน (เป็นปลาน้ำจืดที่ควรเริ่มให้ลูกกินเมื่ออายุ 6-8 เดือน) คุณสมบัติพิเศษ : เป็นปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาน้ำจืดชนิดอื่น ๆ และถ้าอยากทำอาหารให้อร่อย ต้องเอาไปทอดเลาะหนังออก จะได้เนื้อที่ฟูนุ่มไปปรุงอาหาร หรือหั่นเป็นท่อน ต้มน้ำซุปก็อร่อยไม่เบา การเลือกซื้อ : ความสดของปลาช่อนสังเกตจากเกร็ด มีสีใส เรียงตัวแน่น ไม่หลุดลอก แต่ถ้าเกร็ดหลุดง่าย และไม่ติดแน่นแสดงว่าปลาไม่สด ป,ปลาตัวนี้ เบบี๋ต้องห่าง การป้อนปลาให้เบบี๋ สิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจและระมัดระวังมากเป็นพิเศษก็คือ ก้างปลาใช่ไหมคะ ปลาที่ไม่ควรนำมาปรุงอาหารให้ลูกเล็กก็คือ ปลาที่มีก้างเยอะ ๆ เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ฯลฯ เพราะแม้ก้างปลาจะใหญ่หรือนำไปตุ๋นเคี่ยวจนก้างเปื่อยนุ่มแล้ว แต่เครื่องปั่นก็ยังไม่สามารถบดให้ละเอียดได้ ทางที่ดีคุณแม่ควรเลือกปลาก้างน้อยเนื้อเยอะ ไขมันน้อย และคัดก้างออกด้วย การยี บดผ่านกระชอน หรือใช้มือคุณแม่บี้ก็จะปลอดภัยมากกว่าค่ะ อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่คุณแม่ต้องให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าเทคนิคการปรุง ก็คือการเลือกซื้อปลาที่สด สะอาด ถ้าเป็นปลาทะเลต้องใส่ใจเรื่องสารเคมีที่แช่มาขณะขนส่งด้วย ท่องให้ขึ้นใจว่าปลายิ่งสดเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ ********************************* อาหารทะเลสด ของดี ส่งตรงจากเรือประมง ปลอดสาร อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทาง Line Square คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A

“ปลาทู” ถูกและดี มีอยู่จริง

2020-07-31
"ปลาทู" (Short mackerel) เป็นปลาทะเลที่สามารถจับได้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย โดยนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วปลาทูยังจัดเป็นอาหารที่ทั้งถูกและดี ที่อยู่คู่กับครัวไทยมาช้านาน สำหรับผู้ที่นิยมรับประทานอาหารแบบไทยๆ คงจะเคยลิ้มลอง "น้ำพริกปลาทู" ปลาทูต้มเค็ม หรือแม้แต่ปลาทูทอดธรรมดาๆกับข้าวสวยร้อนๆก็ตามแต่ ล้วนเป็นเมนูชวนน้ำลายไหลทุกครั้งที่นึกถึง ซึ่งแน่นอนว่า "ปลาทู" ที่เราชาวสุขภาพดี…จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนี้ ไม่ได้มีดีที่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสรรพคุณและประโยชน์ของปลาทูที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ปลาทูตัวละไม่กี่บาทที่มีขายกันตามตลาดสดนี่เอง ที่เป็นแหล่งรวมสารอาหารมากมายไม่แพ้ปลาราคาแพงอยากแซลมอนหรือทูน่าที่มีขายตามภัตตาคาร โดยในปลาทูจะมีกรดที่เรียกว่า ลิโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งเป็นกรดจำเป็นต่อร่างกายและได้จากการบริโภคเท่านั้น เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ โดยกรดลิโนเลอิกนี้มีบทบาทสำคัญช่วยพัฒนาสมองและเสริมสร้างการทำงานของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งยังช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้รับสารอาหารมากขึ้น ร่างกายจึงสามารถนำสารอาหารต่างๆ ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเผาผลาญกรดไขมันอิ่มตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กรดดังกล่าวยังทำหน้าที่ลดการสะสมไขมันบริเวณผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหวใจและความดนโลหิตสูงในวัยสูงอายุอีกด้วย จึงกล่าวได้ว่า"คุณประโยชน์ของปลาทู" มีมากกว่าที่เราคิดจริงๆ   ปลาทู เป็นปลาที่มีคุณประโยชน์และสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกายโดยที่เราไม่ต้องรับประทานอาหารเสริมเสียด้วยซ้ำ ซึ่งการรับประทานปลาทูเพียง 1 ตัวนั้นจะได้รับสารอาหารมากมาย ดังต่อไปนี้ 1. ประโยชน์ของปลาทู อุดมด้วย EPAและ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยสารทั้งสองชนิดนี้จะทำหน้าที่ลดการจับตัวของเกร็ดเลือดที่ผิดปกติ ในบางรายจึงทำให้เป็นภาวะหลอดเลือดแข็งตัวหรือพบการอักเสบ นอกจากนั้นทั้ง EPAและ DHA นี้ยังมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันชนิดที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือหลอดเลือดอุดตันได้   2. ปลาทูมีประโยชน์เพราะมีโปรตีนสูง ในปลาทู 1 ตัวจะให้โปรตีนสูงถึง 20 กรัมต่อน้ำหนัก100 กรัม ซึ่งโปรตีนที่ได้จากปลาทูจะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที   3. สรรพคุณของปลาทูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส โดยปริมาณแคลเซียมในปลาทูจะสูงถึง 170 มิลลิกรัมต่อปลาทูสด 100 กรัม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อร่างกาน โดยสารอาหารเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยผู้สูงอายุ   4. ประโยชน์ของปลาทูอุดมด้วยโอเมกา 3 และ 6 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อบุผนังเซลล์ ช่วยลดคอเลตเตอรอล ลดความเสียงทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้โอเมกา 3 และ 6 ในปลาทูนี้ ยังเป็นโครงสร้างที่สำคัญของเนื้อเยื้อบริเวณจอประสาทตา หรือ retina ที่ช่วยในการมองเห็นอีกด้วย   กินปลาทูทุกวันดีต่อร่างกายไหม ? อย่างที่ทราบกันดีว่า ปลาแต่ละประเภทมีระดับไขมันไม่เท่ากัน หากรับประทานปลาที่มีไขมันสูงทุกๆ วันย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นหากอยากรับประทานปลาให้ได้ประโยชน์ควรเลือกชนิดของปลาให้เหมาะสมกับร่างกายและความต้องการในแต่ละวัย ในส่วนของปลาทูนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นปลาที่มีปริมาณไขมันไม่สูงมากจึงรับประทานทุกวันได้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ได้โภชนาการที่หลากหลาย จึงควรรับประทานปลาประเภทอื่น รวมไปถึงเนื้อสัตว์ชนิดอื่นร่วมด้วย   กินปลามากแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี ตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ร่างกายจะต้องรับโปรตีนสูงถึง 60 กรัมเลยทีเดียว โดยโปรตีนที่ได้จากปลาสุกจะอยู่ราวๆ 15-30 กรัมต่อ 100 กรัม โดยหากต้องการโปรตีนจากปลาเพียงอย่างเดียว ต้องรับประทานปลาอย่างน้อย 3-4 ตัวเลยทีเดียว ดังนั้นผู้รับประทานควรรับประทานอาหารชนิดอื่นร่วมด้วยเพื่อเพิ่มโปรตีนไม่ว่าจะเป็น ไข่ นม ถั่ว ไก่ หรือแม้กระทั่งเนื้อหมูที่ไม่ติดมัน หรือหากใครอยากรับประทานปลาเพียงอย่างเดียวแล้วได้โปรตีนสูง ก็ควรเลือกชนิดของปลาและวิธีการปรุงอาหารให้ดี เช่นควรเลือกรับประทานปลาตากแห้ง เช่นปลาสลิด หรือรับประทานแบบนึ่งหรือต้มจะได้โปรตีนมากกว่าการการย่างหรือทอดเป็นต้น   จากข้อมูลที่เรานำมาเสนอกันวันนี้หวังว่าจะทำให้การรับประทานปลาทูของผู้อ่านทุกๆ ท่าน อร่อยขึ้นและมีประโยชน์เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ ท้ายนี้อยากให้ใครหลายๆ คนที่ไม่ชอบรับประทานปลาทู ให้หันกับมาลิ้มลองกันอีกสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าสรรพคุณและประโยชน์ของปลาทู เป็นสุดยอดอาหาร ของดีที่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่น้อย ********************************* อาหารทะเลสด ของดี ส่งตรงจากเรือประมง ปลอดสาร อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทาง Line Square คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A  

ปลาตะลุมพุก ของอร่อยที่หายากมากกก !

2020-07-31
  การเลือกรับประทานปลาทะเลชนิดใดชนิดหนึ่งนั้น เราเชื่อเหลือเกินค่ะว่า ความคิดอันดับต้นๆที่ทำให้ปลาชนิดนั้นๆ ถูกเลือกให้เป็นปลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ คุณภาพของเนื้อและรสชาติความอร่อย ยังมีปลาบางชนิดคุณภาพเนื้อดี รสชาติเยี่ยม แต่น่าเสียดาย จุดด้อย คือ ก้างเยอะ จึงไม่สามารถขึ้นแท่นเป็นปลาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย  ทั้งๆที่ถ้าใครได้ลิ้มรส อดใจ ไม่ไหวอย่างแน่นอนค่ะ ที่จะยกนิ้วให้แน่นอน ซึ่งมันก็คือ ปลาตะลุมพุก หรือหลุมพุก นั่นเอง   ปลาตะลุมพุก ใช่ค่ะ ปลาตะลุมพุก หลายท่านอาจจะรู้จักดี แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ไม่เคยรู้จักปลาชนิดนี้ เหตุผลที่สำคัญ คือ ปลาตะลุมพุก หายากมากขึ้น บางพื้นที่สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา ที่เมื่อหลายสิบปีก่อนปลาตะลุมพุกเคยได้ชื่อว่าเป็นปลาที่เจริญและแพร่พันธุ์ได้ดีในทะเลสาบสงขลา แต่มาถึงยุคปัจจุบันนี้กลับสูญพันธุ์สิ้น และพื้นที่แม่น้ำอื่นๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปกับทะเลสาบสงขลา คือ สูญพันธุ์หรือไม่ก็ใกล้สูญพันธุ์   ปลาตะลุมพุกเป็นปลาทะเล ซึ่งจับได้ยากมาก ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ปลาตะลุมพุกจะว่ายจากทะเลเข้าสู่แม่น้ำเพื่อวางไข่ในน้ำจืดแล้วก็จะว่ายกลับไปยังทะเลอีก มีนิทานเล่ากันว่า ทุกปีปลาตะลุมพุกจะว่ายไปยังแม่น้ำซินอันเจียง แหล่งตกปลาของหยันเจ่อหลิง ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ในประวัติศาสตร์จีน เพื่อเป็นการบูชาแก่หยันเจ่อหลิง และเมื่อจับปลาได้หยันเจ่อหลิงจะวาดสัญญลักษณ์สีแดงที่ปากปลา ผู้คนจึงเชื่อกันว่า ปลาตะลุมพุกที่มีสัญลักษณ์สีแดงที่ปากนั้นเป็นปลาคุณภาพระดับยอดเยี่ยม และอร่อยที่สุด   เนื้อของปลาตะลุมพุกนั้นมีลักษณะพิเศษมากคือเนื้อจะนิ่มมากเมื่อต้มหรือนึ่ง แต่ถ้าต้มเคี่ยวไปนานๆ เนื้อจะจับกันเป็นก้อนแข็งเหมือนพวกปลาโอและปลาทูน่าไม่เปื่อยยุ่ยเหมือนปลาเนื้อนิ่มพวกกะพงหรือปลาเก๋า แม้จะมีก้างมากมายมหาศาล แต่ด้วยรสชาติที่มันอร่อยและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของปลาตะลุมพุก ประกอบกับมันหาได้ยากจึงทำให้มันมีราคาแพงมาก ปลาตะลุมพุกขนาดกลางน้ำหนักประมาณ 6-8 ขีด และถ้ามีขนาดใหญ่เกินตัวละ 1 กิโล ราคาจะยิ่งแพงขึ้นอีก เพราะปลาตัวใหญ่จะก้างใหญ่ มองเห็นได้ง่าย ทำให้กินได้ง่ายขึ้น   ปลาตะลุมพุกมีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า ปลาชิกคัก คนจีนนิยมเอามานึ่งกินมากที่สุด เพราะเนื้อจะหอมมันหวานอร่อยมาก แต่ถ้าสู้รบปรบมือกับก้างมีมากที่สุดในทุกส่วนสัดไม่ไหว ก็มักจะเอาปลาขนาดที่ย่อมหน่อยมาขอดเกล็ดหั่นเป็นท่อนๆ ต้มเค็มๆ หวานๆ แบบปลาตะเพียนต้มเค็ม แต่จะเคี่ยวไว้นานๆ จนเนื้อแข็งเป็นก้อนๆ และก้างละลายหายไปหมด   Credit http://dictionary.sanook.com/search/dict- https://th.wikipedia.org http://www.siamfishing.com

แช่อาหารอย่างไร ไม่ให้เสีย!

2020-07-31
ในปัจจุบัน แม่บ้านพ่อบ้านยุคใหม่มักจะทำอาหารทีเดียวเยอะๆ เพราะไม่ค่อยจะมีเวลา แล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้สำหรับหลายวัน หลายมื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากๆ นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังลดปัญหาเรื่องของสดที่ซื้อมาเน่าเสียเพราะทำกินไม่ทัน แถมการมีอาหารดีๆ ที่ทำเองแช่ไว้พร้อมทาน ยังลดการกินอาหารขยะของเราได้ด้วย ​ ในอดีตเราอาจจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆว่า ทานอาหารแช่เย็น แช่แข็งมันไม่ดี แต่ไม่ต้องห่วงนะคะว่าอาหารแช่เย็น แช่แข็งนั้น จะไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะถ้าเมนูของเรามีประโยชน์ เลือกวัตถุดิบดีๆ และแช่อย่างถูกต้อง ยังไงเสียก็รับรองว่าจะแทบไม่สูญเสียสารอาหารไปเลย จึงย่อมดีและประหยัดกว่าการออกไปทานนอกบ้านแน่นอน วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีการแช่เย็น แช่แข็งอาหาร มาฝากสายเฮลธ์ตี้ที่รักการทำอาหารทานกันค่า ตามไปดูกันเลยว่าจะมีวิธีและเคล็ดลับอะไรโดนๆ เรื่องควรรู้ก่อนแช่อาหาร รู้ไหมคะว่าอาหารไม่ควรถูกทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 1 ชั่วโมง สำหรับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทย หรือหากเป็นที่ที่อากาศเย็น (ไม่เกิน 30 องศา) ก็ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมงค่ะ ดังนั้นวันไหนที่ทำอาหารเยอะ รู้ว่าต้องเหลือแน่ๆ การแบ่งอาหารออกมาแช่ตู้เย็นไว้ก่อนเลยก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ วิธีการเลือกว่าจะแช่เย็นหรือแช่แข็งดีก็ง่ายๆ เลย หากเราจะทานอาหารนี้ภายใน 2 วัน ก็สามารถแช่ตู้เย็นช่องปกติได้ แต่ถ้านานกว่านั้นให้แช่แข็งค่ะ วิธีการแช่เย็นอาหารสุก 1. นำใส่บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม  จะเป็นกล่องอาหารสูญญากาศ หรือถุงซิปล็อกสำหรับอาหารก็ได้ค่ะ โดยถ้าอาหารที่เหลือมีปริมาณมาก ทานได้หลายครั้ง ก็ควรแบ่งใส่กล่องหรือถุงแยกกันสำหรับการทานแต่ละครั้ง ​   2. นำใส่ตู้เย็นได้ตามปกติ *อุณหภูมิตู้เย็น ช่องธรรมดาไม่ควรเกิน 5 องศาเซลเซียส   ​ วิธีการแช่แข็งอาหารสุก 1. ทิ้งอาหารไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย โดยไม่จำเป็นต้องเย็นสนิท และอย่าลืมนะคะว่าไม่ควรทิ้งไว้เกิน 1 ชั่วโมง หรืออาจจะใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้สักพักก่อนแช่แข็งก็ได้ค่ะ ​ 2. นำใส่บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม บรรจุภัณฑ์ที่แนะนำคือ ถุง Freezer bag ซึ่งจะมีความหนากว่าถุงอาหารปกติ และเก็บความสดได้ยาวนานกว่า และหากอาหารที่เหลือมีปริมาณมาก ทานได้หลายครั้ง ก็จะต้องแบ่งใส่ถุงแยกสำหรับการทานแต่ละครั้งด้วยค่า 3. นำใส่ช่องฟรีซ โดยไม่ควรวางถุงซ้อนกัน เพราะจะทำให้อาหารเย็นตัวได้ช้าลง แต่เมื่ออาหารแข็งเรียบร้อยแล้วสามารถวางซ้อนกันได้ตามปกติค่ะ*อุณหภูมิช่องฟรีซไม่ควรเกิน -17 องศาเซลเซียสค่ะ ********************************* อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทางนี้ที่แรก ของสด ของดี ส่งจรงจากเรือประมง ปลอดสาร คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A  

ทำปลาอย่างไรไม่ให้คาว

2020-07-31
ถ้านึกถึงอาหารเพื่อสุขภาพพลาดไม่ได้ที่จะมีปลารวมอยู่ด้วย เนื้อปลาที่เรานำมารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ปลาเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คอเลสเตอรอลต่ำ และย่อยง่าย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ช่วยให้คลายความเศร้า ที่สำคัญเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ปลามีประโยชน์มากมายใด นอกจากอร่อยแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่เพียงเท่านี้เนื้อปลาเป็นเนื้อที่ทำให้อ้วนน้อยที่สุด ถูกใจสาวๆหลายคน แต่การทำปลาหรือเตรียมปลาสำหรับประกอบอาหารนั้นมีความยุ่งยากพอสมควร แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามีวิธีทำความสะอาดปลาแบบแจ่มๆมาฝากกันแล้ว วิธีทำความสะอาดปลา แน่นอนว่าก่อนนำมาทำอาหารต้องมีการทำความสะอาดปลาก่อน เริ่มด้วยล้างน้ำเปล่าธรรมดา เพื่อล้างเมือกปลาออก จากนั้นก็นำปลามาขอดเกล็ดควักไส้ปลาออกามา ใช้มีดปลายแหลมกรีดท้องพยายามอย่าให้ดีแตก ดีช่วยทำให้รสชาติของปลามีความเข้มข้น และล้างทำความสะอาดอีกรอบด้วยน้ำผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ นำแป้งมันลูบให้ทั่วตัวปลาทิ้งไว้ 3นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด   เคล็ดลับดีๆ – จะขอดเกล็ดให้ง่ายขึ้นใช้น้ำเดือดราดลงไปบนปลาแล้วรีบเทน้ำออก นำปลาไปล้างด้วยน้ำเย็นอีกที และถูเบาๆ เกล็ดปลาก็จะหลุดอย่างง่ายดาย   – การทำปลาแน่นอนว่าต้องมีกลิ่นติดมือเสมอ ใช้เกลือถู แล้วล้างด้วยน้ำปูน จะช่วยให้ปัญหากลิ่นคาวติดมือหมดไป   เราควรทำความสะอาดปลาก่อนนำไปปรุงเป็นอาหารทุกครั้ง ท่านทั้งหลายที่ไม่ชอบกลิ่นคาวของปลา ลองทำตามวิธีทำความสะอาดปลาของเรา ปลาจะสะอาดและไม่คาว ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากการรับประทานปลาอย่างเต็มที่ โดยรับประทานปลาแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆแล้ว ส่วนใครที่ไม่ชอบการทำปลาให้กลิ่นยุ่งยาก FISHDELII เรามีปลาที่ขอดเกล็ด ควักไส้เรียบร้อยแบบพร้อมปรุงจำหน่ายด้วยนะคะ ดูที่รายการพร้อมส่งได้เลย https://www.fishdelii.com/products   ********************************* อาหารทะเลสด ของดี ส่งตรงจากเรือประมง ปลอดสาร อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทาง Line Square คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A  

คนท้องกินปลาอะไรดี

2020-07-17
คนท้องกินปลาอะไรดี ก็แน่นอนค่ะว่า คุณแม่ท้องสามารถรับประทานปลาได้ แถมยังให้ประโยชน์มากมายอีกต่างหาก ปลานั้นมีปริมาณไขมันต่ำ มีโปรตีน วิตามินดี และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย อีกทั้งยังสามารถนำไปประกอบอาหารให้ถูกปากได้มากมายหลายเมนู เนื้อปลานั้น อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 DHA และ EPA ซึ่งหาได้ยากจากอาหารประเภทอื่น อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อยอีกด้วย งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า คนท้องที่กินปลาในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ลูกที่เกิดมานั้น มีพัฒนาการที่ดีกว่ากว่าลูกที่เกิดมาจากแม่ที่ไม่ค่อยได้กินปลา   อย่างไรก็ตามปลาบางชนิดอาจมีสารพิษอย่างเช่นสารปรอทปนเปื้อนอยู่ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทของลูกน้อย และอาจทำให้ลูกน้อยมีปัญหาด้านพัฒนาการ และทักษะด้านการพูด ดังนั้น คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก จึงควรใส่ใจกับการรับประทานปลาของคุณด้วยนะคะ และควรรับประทานปลาให้ถูกประเภท ไม่มีสารปรอทปนเปื้อน   คนท้องควรกินปลาอะไรดี สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมลูก ควรเลือกทานปลาที่มีสารปรอทในปริมาณที่ต่ำ เช่น ปลาทู ปลาจะละเม็ด ปลาสำลี ปลาชนิดใดที่ควรหลีกเลี่ยง แม้เนื้อปลาจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ใช่ว่าเนื้อปลาทุกชนิดจะปลอดภัยนะครับ เพราะปลาบางชนิด อาจมีสารพิษ เช่น สารปรอท ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทของลูกน้อย และอาจทำให้ลูกน้อยมีปัญหาด้านพัฒนาการ และทักษะด้านการพูด ซึ่งปลาที่อาจจะมีสารปรอทปนเปื้อนสูง ที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้ ปลาอินทรี ปลาฉนาก (ปลาดาบ) และปลาฉลาม เป็นต้น ปริมาณเนื้อปลาที่แนะนำสำหรับคนท้องคือ ควรบริโภคให้ได้สัปดาห์ละประมาณ 340 กรัม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากเนื้อปลาแล้ว ก็ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อที่จะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน   ********************************* อาหารทะเลสด ของดี ส่งตรงจากเรือประมง ปลอดสาร อัพเดทรายการสินค้ารายวันช่องทาง Line Square คลิกที่นี่ https://line.me/ti/g2/I1wgIVygjMqP1gqI_jhA9A